มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ต กับการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 10 ปอนด์ต่อชั่วโมง

มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ต กับการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 10 ปอนด์ต่อชั่วโมง

จากลำดับเหตุการณ์ของสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ไม่คิดว่าการทำธุรกิจนี้จะมีการเสี่ยงที่ยอม เพิ่มยอดเงินค่าจ้างรายชั่วโมงของพนักงานซุปเปอร์มาร์เก็ตสำหรับ มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ต ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้แต่กลับเป็นไปได้แล้ว จากยอดเงินค่าจ้างที่ได้เพิ่มขึ้นจาก 9 ปอนด์มาจนถึง 10 ปอนด์ในเวลาอันสั้นนี้เอง เป็นการแสดงถึงความตั้งใจของเจ้าของร้าน มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ต แห่งนี้เองก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานธุรกิจเช่นเดียวกัน

ในการสอบถามเจ้าของร้าน มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ได้ให้ข้อมูลดังกล่าว ที่ได้ให้เหตุผลของการเพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงนั้นได้กล่าวว่า ” การเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่า พร้อมมากับความเสี่ยงของโรคระบาดที่จะต้องดำรงธุรกิจเอง ก็ไม่อาจพวกเขาได้ เพื่อให้การทำธุรกิจนั้นสามารถดำเนินการต่อไปได้เรื่อย ๆ จึงได้มีการคิดแนวคิดของการเพิ่มรายได้ / ชั่วโมงของพนักงานเกินกว่ากำหนด ”

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เองกลายเป็นขวัญกำลังใจให้กับพนักงานภายใน มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นได้มีการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้นและการยอมเสี่ยงเพื่อมาทำงานทางด้านบริการนี้เองก็จำเป็นต้องมีพนักงานเอาไว้ช่วยงานภายในร้านเพื่อให้พ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปเรื่อย ๆ ได้เช่นเดียวกัน

ในข้อคิดดังกล่าว จึงมีคำถามขึ้นมาว่า สำหรับคู่แข่งทางการค้าของ มอริสันซุปเปอร์มาร์เก็ต นั้นจะมีการทำตามหรือไม่นั้นในตอนนี้ อาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ก็อยากให้คำแนะนำว่าสำหรับพวกเขาที่ได้ทำธุรกิจแนวนี้ขึ้นมาเองก็จะขาดไม่ได้สำหรับนักธุรกิจที่จะต้องมีลูกทีมหรือพนักงานภายในร้านเพื่อช่วยส่งเสริมให้การทำงาน ดำเนินการได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องระหวังในเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นเดียวกันกับการบริหารงานที่ต้องเข้าใจด้วยว่าต้องหวังผลกำไร และ ทุนให้พอดี

อย่าลืมว่าสถานการณ์โควิดในตอนนี้นั้น เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือทั่วโลกในตอนนี้ก็ตามจะเห็นได้ว่ามีรูปแบบการบริหารของธุรกิจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในปัจจุบนนี้ และจะต้องปรับขึ้นมากอีกจนกว่าเหตุการณ์ของโรคระบาดจะลดลงหรือหายไปนั้นเอง

การปรับตัวของยอดขายบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังในฝรั่งเศษ !!

เตือน !! การปรับตัวของยอดขายบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังในฝรั่งเศษที่ต้องเร่งทำ

เรโนลต์ของฝรั่งเศส ได้ลดคำแนะนำในกำรจัดทำภำยในปีพ. ศ. 2562 และปรับลดประมาณการผลกำไร เรโนลต์ซึ่งเพิ่งปรับโฉมผู้บริหารระดับสูงในขณะที่พยายามที่จะขีดเส้นใต้เรื่องอื้อฉาวรอบ ๆ อดีตนาย   นาย กล่าวว่ายอดขายน่าจะลดลงระหว่าง 3% ถึง 4% ในปีนี้ในเดือนกรกฎาคม บริษัท ได้ยกเลิกสัญญาที่จะเพิ่มรายได้ก่อนที่จะมีผลกระทบต่อสกุลเงินในปี 2019 โดยคาดว่ายอดขายใกล้เคียงกับปีที่แล้วเนื่องจากคู่แข่งในอุตสาหกรรมได้ออกคำเตือนผลกำไรจำนวนหนึ่งซึ่งเชื่อมโยงกับอุปสงค์ที่ลดลงในตลาดหลักเช่นจีน .

สำหรับฤดูกาลการรายงานที่ปั่นป่วนสำหรับภาคธุรกิจในไตรมาสที่สามเรโนลต์ยังกล่าวด้วยว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 5% เทียบกับเป้าหมาย 6% ก่อนหน้านี้มันเสริมว่ามันคือการประเมินเป้าหมายระยะกลางอีกครั้งและรายงานยอดขายลดลง 1.6% ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเป็น 11.3 พันล้านยูโร (12.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 1.4% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่และไม่มีผลกระทบจากการเข้าซื้อกิจการ หรือการขาย

หัวหน้าผู้บริหารระหว่างกาลซึ่งได้รับการยกฐานะหัวหน้าฝ่ายการเงินได้ขยายตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากที่ ถูกขับออกไปในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – กล่าวว่าแนวทางที่แก้ไขนั้นเป็นผลมาจากการต่อสู้ของ ครึ่งหลัง“ ทุกอย่างเชื่อมโยงกับตลาดและผิดหวังกับแผนปฏิบัติการที่เปิดตัวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม” กล่าวในการประชุมสาย

ผู้ผลิตรถยนต์ต่างมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการด้านการปล่อยก๊าซของยุโรป

  • การลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ส่วนหนึ่งเพื่อตอบสนองความท้าทายเหล่านี้และลดค่าใช้จ่ายเรโนลต์หวังว่าจะเริ่มต้นพันธมิตรใหม่กับนิสสันของญี่ปุ่น ( 7201) หลังจากการจัดการเมื่อไม่นานมานี้ของทั้งสอง บริษัท
  • “ การประกาศล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในพันธมิตรเป็นสัญญาณที่ดีมากที่เราจะสามารถเสริมกำลังการทำงานร่วมกัน” กล่าว
  • ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อดีตพันธมิตรซูพรีมโก้โกสน์ถูกจับในโตเกียวเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากข้อหาทางการเงินที่เขาปฏิเสธด้วย ซึ่งเป็นอดีตผู้แทน ในขณะนี้หายไปเรโนลต์เป็นธนาคารในการฟื้นฟูโครงการอุตสาหกรรมร่วมบางส่วนเป็นขั้นตอนแรกแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าว
  • เรโนลต์ยังเป็นธนาคารในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมและส่งต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากความกดดันด้านกฎระเบียบ เรโนลต์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ากระแสเงินสดอิสระจากการดำเนินงานอาจไม่สิ้นสุดทั้งปีในแดนบวกแม้ว่าจะเป็นสีดำในช่วงครึ่งหลังของปีมันเข้ามาติดลบ 716 ล้านยูโรในช่วงหกเดือนแรกของปี 2562