ลู่วิ่งไฟฟ้ากับการวิ่งธรรมดาจะแตกต่างกันอย่างไร

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมต้องมีลู่วิ่งไฟฟ้าในเมื่อเราสามารถไปวิ่งหรือเดินเล่นตามสวนสาธารณะ กินลม ชมวิวได้ หรือวิ่งตามสถานที่ต่างๆ ที่มีพื้นแตกต่างกันเพื่อความท้าทายอย่างพื้นหญ้า คอนกรีต หิน ดิน ทราย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะสามารถรองรับตัวเราได้ แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าลืมสิว่าด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่วันๆ เอาแต่ปั่นงานจนไม่มีพัก แล้วเวลาออกกำลังกายจะมีเหรอ ถึงมีก็น้อยมาก เราจึงจำเป็นต้องมี “ลู่วิ่ง” ไว้ที่ทำงานบ้างล่ะ ที่บ้านบ้างล่ะ หรือใครชอบเข้าสังคมอาจจะยอมเสียเวลาเดินทางไปที่ยิมก็ย่อมได้

ลู่วิ่งไฟฟ้าต่างจากการวิ่งธรรมดาอย่างไร

1. สามารถปรับความเร็วได้ แน่นอนว่าการวิ่งอาจจะต้องมีวิ่งช้าวิ่งเร็ว วิ่งเลี้ยวไปตามทาง อาจจะมีเหนื่อยๆ ก็หยุดพักงี้ แต่สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับความเร็วได้นั้น มันทำให้เรารู้สึกมีเป้าหมายว่าฉันจะต้องวิ่งด้วยความเร็วเท่านี้ให้ได้ ถึงเหนื่อยก็สามารถผ่อนความเร็วได้
2. ปรับระดับความชันของลู่วิ่ง ก็เหมือนถ้าเราอยากจะวิ่งขึ้นเขา เราก็แค่ปรับความชันเท่านั้นเอง ทั้งง่าย สะดวก และรวดเร็ว
3. ฟังก์ชั่นเอนเตอร์เทน คือฟังก์ชันที่มีทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม แล้วแต่เราจะเลือกเลย คือดี คือมันครบ แถมไม่ต้องเปลืองแบตโทรศัพท์เหมือนตอนไปวิ่งที่สวนอีกนะ
4. มีโหมดและโปรแกรมการวิ่ง อันนี้เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวคอยบอกคอยสอนตลอดเวลา คือจะมีโหมดและโปรแกรมการวิ่งต่างๆ ให้เราเลือก แล้วก็จะบอกให้เราปรับนั่นนี่เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันขณะวิ่ง

ลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นเครื่องออกกำลังกายที่หลายๆ คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ในการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่คิดอยากจะลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย การเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า สำหรับใช้งานที่บ้าน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่ชื่นชอบการวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยไม่ต้องแคร์ในเรื่องของสภาพอากาศฟ้าฝนจะโหมกระหน่ำขนาดไหน เราก็ยังคงออกกำลังกายได้ภายในบ้านของเราเอง แต่ถ้าหากมีเวลา ก็อยากจะชวนให้ทุกคนออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้พบปะผู้คน ชมวิวสวนสวยไปพร้อมๆกันอีกด้วย

ใส่ความเห็น