การแก้ไขปัญหาของการเกิดภัยพิบัติของ ฟุกุชิมะ ที่ได้ผ่านมาแล้วถึง 10 ปี

การแก้ไขปัญหาของการเกิดภัยพิบัติของ ฟุกุชิมะ ที่ได้ผ่านมาแล้วถึง 10 ปี

ในเหตุที่เกิดขึ้นมาจากภัยอันตรายทางธรรมชาติดังที่กล่าวถึงแล้วที่ได้มีการกล่าวออกมานั้นเป็นเรื่องที่ทำให้จึงควรจำกันเอาไว้ว่า เรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติการดูแลต่างๆในทางทางอุตสาหกรรมนั้นมีความจำเป็นมหาศาลแล้วก็ยิ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ โรงงานพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ที่ฟุกุชิมะ ที่ได้รับผลพวงจากการโดนสีนามิพัดเข้ามาทางริมตลิ่งติดสมุทรที่มีโรงงานดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้ตั้งอยู่ในแถบนั้น ซึ่งจากปัญหานี้เองได้ส่งผลเสียระยะยาวสำหรับในการกำเนิดสารเคมีรั่วไหลที่ลงสู่สมุทร และก็สภาพภูมิอากาศในตอนนั้นเองก็เต็มไปด้วยการเสี่ยงของการสั่งสมของโรคมะเร็งที่มีรังสีกัมมันตรังสีต่างๆเป็นตัวรีบนั้นเอง แม้ในเรื่องราวนี้จะไม่มีคนเสียชีวิตเลยก็ตามแต่แต่ว่าก็ควรมีการเสี่ยงกันอยู่ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นมารั่วไหลลงสู่สมุทรรวมทั้งมีผลเสียที่ทำให้สิ่งแวดล้อมต่างๆเองก็เต็มไปด้วยสารรังสีกัมมันตรังสีเต็มพื้นที่ไปหมดนั้นเอง เมื่อ WHO ได้เข้ามาตรวจทานในความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมแล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวฟุกุชิมะที่ได้รับผลพวงจากสถานการณ์นี้เองก็ไม่นอนใจสำหรับการสำรวจ รักษาแก้ไขแก่ฝูงชนที่ได้รับผลพวงจากสถานการณ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นกันอีกด้วย

การบูรณะความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นมานั้นแม้จะมีการใส่ร้ายป้ายสีผู้ที่ไม่ถูกในขั้นแรกกันอยู่นั้นเองแม้กระนั้นทางฝั่งรัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นก็ได้มีการปรับแต่งพร้อมการรับผิดถูกใจต่อเหตุที่เกิดขึ้นมารวมทั้งค้ำประกันว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขพร้อมดูแลจากข้อพินิจพิเคราะห์ดุจกล่าวที่จะจะต้องมีการช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ผู้ได้รับภัย จากการจำต้องย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยในระยะยาวก็ตามที ก็ควรจะมีการทดแทนค่าชดเชยที่มีผลระยะยาวสำหรับในการชำระล้างสารกัมมันตรังสีที่เกิดจากการรั่วไหลของโรงงานพลังปรมาณูนี้ จากสถานการณ์นี้เองแม้ว่าจะมีช่วงเวลามานานถึง 10 ปี และก็ตามแต่ในพื้นที่ส่วนนั้นจะมีการดูแลรวมทั้งซ่อมแซมให้น่าอยู่อาศัยกันเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมกันนั้นเอง แม้กระนั้นชุมชนที่ได้รับการอพยพโยกย้ายไปก็ยังไม่นอนใจกับความอันตรายของรังสีที่ส่งผลกระทบอย่างไม่นิ่งดูดายต่อสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งที่ได้รับผลพวงนั้นมีการเปลี่ยนไปๆมาๆแค่ไหนกันนั้นเอง